Category: ข่าว

การต่อสู้ด้วยสันมือท่าที่ 2 ในกีฬาคาราเต้ (Ridge hand)

ในตอนที่แล้วเรานำเสนอถ้าการใช้สันมือของกีฬาคาราเต้ในถ้าแลกกันไปแล้ววันนี้เรามาต่อกันในท่าที่ 2 ที่มีชื่อว่า Ridge hand ซึ่งจะเป็นการใช้สันมือในอีกรูปแบบหนึ่งโดยจะใช้บริเวณนิ้วโป้งกระแทกเข้าไปยังจุดโจมตีที่เราต้องการจะทำให้คู่ต่อสู้อ่อนกำลังหรือได้รับบาดเจ็บซึ่งท่านี้ถือว่าเป็นท่าที่จะต้องใช้แรงค่อนข้างเยอะและแรงเหวี่ยงของมือนั้นจะมาจากลำตัวมากกว่าแขนโดยจุดมุ่งหมายจะทำให้คู่ต่อสู้เกิดอาการล้าบาดเจ็บในจุดที่เรากระแทกเข้าไปแต่ในปัจจุบันการใช้ท่านี้จะไม่ค่อยนิยม     เพราะจะป้องกันการโจมตีกลับได้ค่อนข้างยากแต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งท่าที่รวมอยู่ในท่าพื้นฐานของการใช้สันมือในการต่อสู้ของกีฬาคาราเต้และควรฝึกฝนไว้เพราะในการป้องกันตัวนั้นเราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าเราจะโดนทำร้ายในรูปแบบไหนและการต่อสู้ในระยะประชิดท่านี้ถือว่าค่อนข้างได้ผลอยู่พอสมควรแต่จะต้องโจมตีให้ตรงจุดเช่นบริเวณไหปลาร้าลำคอหรือจุดกล้ามเนื้อต่างๆแต่แน่นอนว่าเราก็จะต้องสามารถเปลี่ยนการโจมตีไปในที่อื่นได้อย่างทันท่วงทีเพราะถ้านี้แม้จะทำให้คู่ต่อสู้ร้าหรือบาดเจ็บได้แต่ก็จะไม่มากเท่ากันใช้สันมือในท่าอื่นๆหรือการใช้เท้าและหมัดในการโจมตีหากเราโดนทำร้ายในระยะประชิดดังนั้นหากคุณสนใจในกีฬาคาราเต้ก็ขอแนะนำให้ฝึกทุกธาตุที่เป็นท่าพื้นฐานเพื่อที่จะสามารถต่อยอดไปในท่าการต่อสู้ต่างๆรวมถึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้

ท่าการต่อสู้ด้วยสันมือ ของศิลปะการป้องกันตัวด้วย คาราเต้

ศิลปะการต่อสู้ด้วยวิชาคาราเต้นั้นนอกจากจะใช้หมัดใช้เท้าแล้วยังสามารถใช้สันมือในการต่อสู้ได้อีกด้วยซึ่งสำหรับภาพพื้นฐานของการต่อสู้ด้วยสันมือนั้นจะมีอยู่ 3 ท่าหลัก ได้แก่ / Ridge hand (ท่ากระทุ้ง) / Spear hand (ท่าพุ่งหอก) ซึ่งแต่ละท่านั้นจะสามารถใช้เป็นอาวุธในการโจมตีคู่ต่อสู้ทั้งในการแข่งขันและในการป้องกันตัวซึ่งถือเป็นท่าพื้นฐานที่ผู้ฝึกคาราเต้จะต้องฝึกให้ชำนาญเพราะสามารถใช้ร่วมกันกับท่าพื้นฐานอื่นๆและหากฝึกจนคล่องก็สามารถเปลี่ยนท่าทางได้เร็วทำให้มีประสิทธิภาพในการโจมตีมากยิ่งขึ้นทีนี้เรามาดูกันว่าในแต่ละท่านั้นใช้แบบไหนและให้ประโยชน์อย่างไร     Ridge hand ท่ากระทุ้ง สำหรับการใช้ท่านี้จะเป็นการใช้ฝ่ามือด้านในฝั่งตรงข้ามกับนิ้วโป้งสับไปยังคู่ต่อสู้ในบริเวณที่เราจะต้องโจมตีอธิบายง่ายๆก็เหมือนเราตั้งมือขึ้นมาตรงๆแล้วใช้สันมือทางฝั่งนิ้วก้อยกระแทกลงไปที่คู่ต่อสู้ส่วนใหญ่แล้วจะเล็งบริเวณจุดสำคัญไม่ว่าจะเป็นต้นคอลำคอหรือบริเวณระหว่างต้นคอและหัวไหล่ซึ่งจะเป็นจุดที่มีกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่จะทำให้คู่ต่อสู้อ่อนแรงหรือได้รับอาการบาดเจ็บและการฝึกฝนนั้นจะต้องฝึกฝนพละกำลังทั้งแขนและมือไปพร้อมกันเพื่อที่จะทำให้เวลาเราจับมือลงไปที่คู่ต่อสู้เกิดแรงมากพอที่จะทำให้เกิดอาการช้ำหรือการบาดเจ็บได้ เราเชื่อว่าหลายคนที่แม้ว่าจะไม่ได้เรียนคาราเต้มาก็คงอยากจะฝึกท่านี้กัน เพราะสามารถป้องกันตัวได้ในยามคับขัน  

การต่อสู้ด้วยหมัดสองท่าสุดท้ายของคาราเต้

สำหรับการต่อสู้ด้วยหมัดหรือกำปั้นในกีฬาคาราเต้รอบนำเสนอไปทั้งหมด 6 ท่าแล้วและสำหรับ 2 ท่านสุดท้ายที่จะนำเสนอในวันนี้มีชื่อว่า Liver Punchสำหรับการใช้หมัดในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมในกีฬาศิลปะการป้องกันตัวทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น มวย กังฟู เทควันโด หรืออื่นๆ และถือเป็นท่าเบสิคของการใช้หมัดและสามารถผสมผสานการต่อสู้ไปยังท่าอื่นๆได้ และเป้าหมายของการโจมตีด้วยถ้านี้จะเน้นไปที่ด้านข้างของลำตัวและจะมีการปล่อยหมัดหลอกก่อนที่จะออกหมัดนี้โจมตีไปยังเป้าหมายที่ต้องการ และอีกหนึ่งถ้าที่มักเห็นได้บ่อยในการแข่งขันกีฬาคาราเต้หรือการต่อสู้ด้วยกีฬาชนิดนี้นั้นคือ Double Fist Punch ซึ่งจะเป็นการใช้บัตร First ชั้นสองข้างพร้อมกันเรียกง่ายๆว่าใส่หมัดคู่นั่นเองและถ้านี้ก็นิยมใช้ในการแข่งขันรวมถึงการต่อสู้ในระยะประชิด     แล้วที่เราแนะนำมาทั้งหมด สำหรับการใช้กำปั้นหรือหมัดในกีฬาคาราเต้ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้เราหวังว่าผู้ที่ติดตามจะได้เข้าใจกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นและสามารถนำไปฝึกฝนได้ด้วยตัวเองหรือฝึกฝนเพิ่มเติมจากที่ได้ร่ำเรียนมาและยังมีท่าการต่อสู้อื่นๆของคาราเต้อีกซึ่งเราจะนำเสนอกันในครั้งต่อไปติดตามกันให้ดีๆเรามีข้อมูลเกี่ยวกับทุกชนิดกีฬามานำเสนอที่นี่ทุกวันและหากสนใจข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมก็ลองคลิกดูหมวดหมู่บทความต่างๆที่เรามีนำเสนอภายในเว็บไซต์ของเรารับรองว่าสมาชิกจะได้ประโยชน์ในหลายๆด้านจากข้อมูลที่เรานำเสนอให้และที่สำคัญเป็นการบริการฟรีให้กับผู้ที่ติดตามและค้นหาข้อมูลดีๆจากหน้าเว็บไซต์ของเรา    

Bolo Punch หรือ หมัดอัพเปอร์คัทในกีฬาคาราเต้

วันนี้เราจะมาแนะนำท่าการต่อสู้ในระยะประชิดของกีฬาคาราเต้และเป็นการใช้ กำปั้น เป็นหลักในการต่อสู้ซึ่งจะต่อเนื่องกับบทความตอนที่แล้วที่เสนอเรื่องการใช้หมัดในกีฬาชนิดนี้ซึ่งยังมีอีกหลายท่าที่ถือว่าเป็นท่าพื้นฐานและสำหรับท่าที่เราจะแนะนำในวันนี้ก็จะเป็นการใช้งานในระยะประชิดซึ่งสามารถทำให้คู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บหรือในการแข่งขันเราสามารถสร้างคะแนนจากค่าเหล่านี้ได้และสำหรับถ้าแรกที่จะแนะนำนั่นคือ Bolo Punch     สำหรับท่านี้จะเป็นการใช้กำปั้นพร้อมใช้แรงจากแขนที่จะมาในลักษณะการเหวี่ยงแขนเป็นวงสวิงและฟาดหรือต่อยไปด้านบนซึ่งจะคล้ายกับการปล่อยหมัด อัพเปอร์คัท ในกีฬามวยซึ่งจะมีความรุนแรงและเหมาะกับการโจมตีในลักษณะการสวนกับซึ่งจะสามารถใช้งานคู่กับการต่อยในท่าอื่นๆได้เพราะเราอาจจะใช้หมัดแย็บหลอกคู่ต่อสู้แล้วโจมตีกลับด้วยท่านี้ หากนึกภาพไม่ออกลองนึกภาพการต่อยเสยปลายคางการใช้หมัดในลักษณะของท่านี้ก็จะคล้าย ๆ กันจุดสำคัญของการใช้หมัดแบบนี้คือแรงกำลังแขนจะต้องส่งออกไปให้ได้มากที่สุดมันถึงจะมีความแข็งแรงและมีความแรงพอที่จะน็อคคู่ต่อสู้ได้และแน่นอนว่ามันก็จะสามารถต่อยอดไปในท่าต่อยอื่นๆหรือใช้ผสมกันระหว่างการต่อสู้ด้วยหมัดและด้วยเท้าเพราะในกีฬาคาราเต้นั้นจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างมือและเท้านั่นเองดังนั้นผู้ฝึกฝนกีฬาชนิดนี้จะต้องแข็งแรงทั้งขาและแขนอีกทั้งต้องฝึกเป็นประจำด้วยจะได้ชำนาญในการใช้ท่าต่าง ๆ    

ท่ากำปั้นพื้นฐานของคาราเต้ ท่าที่ 2-3

วันนี้เรามาดูท่าที่ 2-3 ของการต่อสู้ด้วยกำปั้นในคาราเต้ท่านี้มีชื่อว่า Hammer First หรืออธิบายง่ายๆว่าเป็นท่ากำหมัดพื้นฐานอีกแบบ ที่มีรูปแบบคล้ายกับการต่อยมวยและใช้การกำมือที่แน่นเพื่อเพิ่มแรงในการปะทะและปล่อยมันไปตรงๆเหมือนกับการต่อยมวย และเน้นการต่อยบริเวณช่วงใบหน้าไม่ว่าจะเป็นช่วงจมูกหรือปากและท่านี้ถือว่าเป็นพื้นฐานการโจมตีเพราะจะทำให้คู่ต่อสู้เสียหลักและรับบาดเจ็บหากแรงหมัดของเรานั้นมีกำลังมากพอ และแน่นอนว่าการฝึกท่าพื้นฐานแบบนี้ก็จะสามารถเชื่อมโยงไปสู่ถ้าอื่นๆและค่าที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับการกำหมัดแบบ Hammer First คือ     Haymaker Punch ซึ่งท่านี้ จะเป็นลักษณะของการเหวี่ยงหมัดก็จะคล้ายกับการต่อยมวยอีกเช่นกันแต่จะไม่ได้ต่อยในลักษณะตรงแต่จะเป็นการเหวี่ยงแรงจากแขนเข้าไปแต่ถ้านี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนเพราะหากเราใช้ท่านี้บ่อยเราอาจจะโดนโจมตีกลับหรือโดนบล็อกมัดของเราได้ แต่ก็ควรจะฝึกไว้เพราะเราสามารถเชื่อมโยงจากท่าแรกมาสู่ท่านี้และจากท่านี้ไปสู่ท่าอื่นๆได้ที่สำคัญจะต้องมีพื้นฐานการยืนที่แข็งแรงด้วยเพราะในการต่อสู้ของคาราเต้นั้นหลักการยืนถือว่าเป็นสำคัญเพราะหากเรายืนไม่มั่นคงเราก็จะไม่สามารถออกท่าทางต่างๆไม่ว่าจะเป็นท่าที่ใช้ขาใช้เท้าหรือใช้หมัดได้ดังนั้นในตอนฝึกซ้อมเราก็จะต้องฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มยืนและเริ่มเข้าสู่ท่าการต่อสู้ต่างๆที่เชื่อมโยงกัน  

พื้นฐานการใช้กำปั้นสำหรับ คาราเต้ ท่าที่ 1

สำหรับท่าพื้นฐานคาราเต้ในวันนี้ที่เราจะนำเสนอต่อเนื่องจากการใช้เท้าแล้วก็จะมีท่าพื้นฐานสำหรับการใช้กำปั้นซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้แบบระยะประชิด และเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานในศิลปะการต่อสู้แบบคาราเต้ที่มีท่วงท่าต่างๆที่หลากหลายและสำหรับถ้าการใช้กำปั้นหรือใช้หมัดในกีฬาคาราเต้นั้นเราขอเริ่มต้นจาก     ท่า Back Fist ถือเป็นท่าแรกที่ผู้เรียนคาราเต้จะต้องเรียนรู้และเป็นท่าที่ใช้ได้ผลมากที่สุดและการปล่อยหมัดในลักษณะ Back First นั้นจะเป็นการปล่อยหมัดในลักษณะตรงโดยจะอาศัยแรงจากแขนส่งต่อไปยังกำปั้นเพื่อที่จะให้ได้ผลไม่ว่าจะต่อยไปที่ลำตัวใบหน้ารวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อไปยังท่าการต่อสู้อื่นๆได้อีกเพราะในคาราเต้นั้นจะมีท่าการต่อสู้ที่ใช้มือในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการใช้หมัดการใช้นิ้ว     ดังนั้นทำให้ผู้ที่เรียนคาราเต้นั้นจะต้องฝึกฝนในท่าพื้นฐานนี้ให้แม่นและจะต้องมีกำลังแขนที่แข็งแรงเพื่อที่จะให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในการออกมาแต่ละครั้งและในครั้งต่อไปเราก็จะนำเสนอการใช้ท่าพื้นฐานการต่อยของคาราเต้หรือการใช้กำปั้นในท่าอื่นๆต่อไปเพื่อที่จะทำให้คุณได้เข้าใจถึงวิธีการต่อสู้ด้วยวิชาคาราเต้และสามารถฝึกฝนขั้นพื้นฐานได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้การฝึกฝนคาราเต้ยังสามารถพัฒนาไปสู่การต่อสู้ในรูปแบบอื่นๆหรือมีลักษณะท่าทางคล้ายกับศิลปะการต่อสู้ในแบบเทควันโดหรือมวยไทยซึ่งหากผู้เรียนมีความชำนาญก็สามารถประยุกต์ท่าทางต่างๆของทั้ง 3 ศิลปะการต่อสู้นี้เข้าด้วยกันได้และจะทำให้คุณมีวิชาไว้สำหรับป้องกันตัวหรือหากเป็นนักกีฬาก็จะสามารถต่อยอดไปยังกีฬาชนิดอื่นที่เป็นศิลปะการป้องกันตัวได้ด้วย    

Two way side kickท่าเตะสองขาคู่ในคาราเต้

กลับมาพบกับคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการใช้เท้าของคาราเต้กันอีกครั้งวันนี้เราขอนำเสนอท่าเตะท่าพื้นฐานที่ 8 และเป็นท่าสุดท้ายนั่นคือ Two way side kick สำหรับลักษณะของท่านี้จะเป็นการกระโดดแยกเท้าสองข้างพร้อมกันกลางอากาศหรือเรียกง่ายๆว่ากระโดดแบบ 2 ขาคู่ โดยเป้าหมายจะเป็นการโจมตีคู่ต่อสู้และจะต้องใช้แรงค่อนข้างเยอะเพราะต้องการให้คู่ต่อสู้นั้นกระเด็นออกไปจากการกระโดดถีบของเรา และที่สำคัญคือจะต้องลงมาแล้วยืนได้อย่างมั่นคงในท่าเตรียมพร้อมที่จะใช้ค่าอื่นต่อไปแน่นอนว่าการฝึกท่านี้จะต้องมีพื้นฐานที่ค่อนข้างแน่นไม่ว่าจะเป็นการยืนท่าเตรียมพร้อมพละกำลังขาและแรงในการกระโดดเพราะ ในการแข่งขันหรือการต่อสู้นั้นท่านี้สามารถใช้ได้ทั้งการรุกและการรับดังนั้นจะต้องฝึกฝนอย่างชำนาญอีกทั้งท่านี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ใช้นั้นล้มได้ง่ายหากกำลังขาไม่แข็งแรง     หรือลงมายืนแล้วผิดพลาดอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ดังนั้นผู้ที่จะใช้ถ้าทูเวย์ไซด์คิกนั้นก็จะต้องรู้จักพื้นฐานต่างๆอย่างละเอียดเรียกง่ายๆว่าต้องฝึกฝนกันมาเป็นอย่างดีเพราะไม่ฉะนั้นใช้ท่านี้แล้วก็จะไม่เกิดผลและอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือจะเป็นการเปิดช่องให้คู่ต่อสู้บุกเข้ามาทำร้ายเราได้และนี่เป็นท่าพื้นฐานสุดท้ายของการใช้เท้า และในคราวหน้าจะมีท่าพื้นฐานแบบไหนมานำเสนอกันอีกนั้นติดตามให้ดีๆ รับรองว่ามีประโยชน์แน่นอนสำหรับผู้ที่สนใจฝึกคาราเต้    

ท่าเตะ Hook Kick ฝึกให้แม่นใช้ประโยชน์ได้เยอะ

ท่าเตะ Hook Kick เป็นอีกหนึ่งท่าเตะพื้นฐานของกีฬาคาราเต้ ซึ่งท่านี้จะมีลักษณะท่าทางคล้ายกันกับท่า Side kick แต่จะเป็นการใช้เท้าเตะหวังผลในลักษณะเกี่ยวเป้าหมายหรือเป็นการดึงคู่ต่อสู้ให้เข้ามาในระยะทำการของเราเพื่อที่จะใช้ท่าอื่นต่อเนื่องซึ่งท่านี้มักจะเห็นได้บ่อยในการแข่งขันที่สำคัญมันเป็นท่าพื้นฐานที่จะต้องฝึกฝนให้มีความชำนาญเพื่อที่จะต่อยอดไปในทางอื่นๆหรือใช้ร่วมกับท่าพื้นฐานอื่น   และอย่างที่เราอธิบายไปท่านี้ค่อนข้างที่จะใช้แรงเยอะเพราะเนื่องจากเป็นธาตุเดียวกับการเตะใช้คิดเพียงแต่เช้าจะต้องดึงคู่ต่อสู้เข้ามาแต่หากเป็นไซส์คิก จะเป็นการถีบอย่างเดียวเท่านั้นซึ่งท่านี้ก็จะมีในการต่อสู้ในศิลปะป้องกันตัวไม่ว่าจะเป็นคาราเต้มวยไทย เทควันโด้ ต่างมีท่านี้เป็นท่าเชื่อมต่อกับการใช้ทักษะการต่อสู้ด้วยเท้าในลักษณะอื่นๆ     และจุดโจมตีที่หวังผลส่วนใหญ่แล้วก็จะฟาดไปในระยะช่วงคอเพื่อที่จะดึงคู่ต่อสู้ให้โน้มลงมาหรือดึงเข้ามาในระยะการต่อสู้ของเราดังนั้นจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนให้แม่นยำอย่างที่เราได้กล่าวไว้และถือว่าเป็นอีกหนึ่งท่าที่ใช้แรงค่อนข้างเยอะดังนั้นผู้ฝึกก็จะต้องแม่นยำในพื้นฐานและมีร่างกายที่แข็งแรงแต่ไม่ว่าจะเป็นท่าไหนของคาราเต้ความแม่นยำในท่าพื้นฐานมีความสำคัญหมดเพราะจะสามารถต่อยอดในรูปแบบการต่อสู้ถ้าอื่นๆได้อย่างไม่จำกัดและสามารถผสมผสานการต่อสู้แบบอื่นเข้ามาร่วมด้วยได้หากเป็นการต่อสู้หรือป้องกันตัวในชีวิตจริง    

Side Kick อีกหนึ่งท่าเตะพื้นฐานในกีฬาคาราเต้ที่ดุดังที่สุด

สำหรับท่าเตะSide Kick นี้เป็นอีกหนึ่งท่าเตะพื้นฐานที่นอกจากจะใช้ในกีฬาคาราเต้รวมถึงกีฬาการต่อสู้ทุกรูปแบบก็จะมีท่านี้เป็นท่าพื้นฐานด้วยเช่นกันและว่ากันว่าไซด์คิกคือท่าเตะที่รุนแรงที่สุดแต่ก็ถือว่าในการออกอาวุธแต่ละครั้งนั้นหากเทียบกับท่าเตะอื่นๆแล้วท่านี้จะออกได้ช้ากว่าซึ่งในการใช้Side Kick นี้สำหรับกีฬาคาราเต้จะเริ่มต้นจากการยืนให้มั่นคงและยกเข่าข้างที่จะใช้เตะเช่นถ้าคุณใช้เท้าขวาหรือถนัดขวาก็ให้ยกเข่าขึ้นมาก่อนหลังจากนั้นให้หมุนตัวโดยให้ส้นเท้านั้นหันไปทางด้านหน้าและออกแรงถีบและกลับมายืนในท่าเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง   ซึ่งในการฝึกนั้นจะต้องฝึกในลักษณะนี้จนมีความชำนาญมีความแข็งแรงของการยกและการฉีดแต่ในการแข่งขันหรือการใช้ในการต่อสู้จริงนั้นหลายคนบอกว่าท่านี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็วเพราะส่วนใหญ่แล้วจะไม่คำนึงถึงพื้นฐานมันจะเป็นไปตามปฏิกิริยาของร่างกายโดยอัตโนมัตินั่นหมายความว่าจะต้องฝึกฝนจนชำนาญพอสมควรและจะสามารถต่อยอดไปท่าอื่นๆได้เพราะพื้นฐานของกีฬาคาราเต้   หรือศิลปะการป้องกันตัวทุกชนิดนั้นท่ายืนท่าพื้นฐานทุกการฝึกฝนนั้นมีผลกับการใช้งานจริงทั้งหมดหากพื้นฐานไม่แน่นหรือยืนหลักไม่ดีก็จะทำให้ไม่สามารถต่อยอดไปในท่าอื่นๆได้เพราะหากสังเกตดูดีๆทุกท่วงท่าของคาราเต้หรือแม้แต่กีฬามวยไทยในการเริ่มต้นพื้นฐานนั้นทุกชาติจะเริ่มขายกันและสามารถพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงไปได้ตามความเหมาะสมต่อยอดแต่ละท่าออกไปสู่ท่าอื่นๆได้ง่ายถ้าพื้นฐานนั้นแน่นและรู้จักหลักในการฝึกดังนั้นหากคุณสนใจในกีฬาคาราเต้และท่าพื้นฐานต่างๆติดตามกันได้ที่นี่เราจะมีมานำเสนอให้ทุกวันเพื่อเป็นความรู้และประโยชน์ในการฝึกฝนกันด้วยตัวเอง    

Back Kick อีกหนึ่งท่าพื้นฐานของการใช้เท้าในกีฬาคาราเต้

จากเมื่อวานนี้ที่เราได้นำเสนอค่าพื้นฐานของการใช้เท้าต่อสู้ในกีฬาคาราเต้กันไปแล้ววันนี้เราก็ยังอยู่กันในท่าที่ 2 ซึ่งค่านี้จะเรียกว่าซึ่งเป็นอีกหนึ่งลักษณะ ของการต่อสู้ด้วยกีฬาคาราเต้และเป็นธาตุที่ใช้แพร่หลายและสามารถปรับไปใช้กับกีฬาการต่อสู้ชนิดอื่นๆที่เรารู้จักกันดีเช่น เทควันโด กังฟูหรือแม้แต่มวยไทย     สำหรับการใช้ท่านี้นั้นหลักการคือจะต้องยืนอย่างมั่นคงก่อนและใช้ขาที่อยู่ด้านหลังของลำตัวเตะเข้าหาคู่ต่อสู้ไปทางด้านหลังและจะมีการหมุนตัวเพื่อส่งแรงเตะให้มีความหนักแน่นมากยิ่งขึ้น และเมื่อเท้าหรือลูกเตะเข้าสู่เป้าหมายแล้วก็จะต้องกลับมายืนตั้งหลักให้มั่นคง ซึ่งก็จะคล้ายกับถ้าจะระเข้ฟาดหางในกีฬามวยไทยนั่นเอง     เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกภาพออกสำหรับการเตะ Back Kickหรือเรียกง่ายๆว่าเตะไปข้างหลัง และถ้านี้ก็ถือว่าเป็นท่าพื้นฐานที่จะต้องฝึกฝนให้มีความชำนาญเพราะไม่ว่าจะเป็นในการแข่งขันหรือการต่อสู้ในระยะประชิดท่านี้ จะทำให้เราสามารถทำอันตรายกับคู่ต่อสู้ได้ที่สำคัญคือขาจะของคุณจะต้องแข็งแรงเพื่อที่จะมีพลังในการเตะดังนั้นการฝึกท่านี้จึงต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอและสามารถใช้งานต่อเนื่องเข้ากับท่าพื้นฐานอื่นๆได้ ซึ่งเราจะนำเสนอการในครั้งต่อไปว่า ท่าพื้นฐานของการใช้เท้าในกีฬาคาราเต้นั้นยังมีค่าอื่นๆที่น่าสนใจแบบไหนอีก